News
เดือดสนั่น!! หลัง “รองอธิบดีอัยการ” บอกคดีรุมฆ่าคนพิการ “ผู้ตายสมัครใจวิวาทเอง” ล่าสุด “ทนาย-แม่” จัดหนักแบบนี้คาสนง.อัยการสูงสุดแล้ว!!
7:12 PMซึ่งนายอนันต์ชัย ทนายความของมารดาผู้ตาย กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนสน.โชคชัย ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, บุกรุก, พกพาอาวุธในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาทะเลาะวิวาทนั้น พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ไม่มีข้อหานี้ เราในฐานะผู้เสียหายก็สบายใจ เพราะไม่ต้องวิตกกังวล และเมื่อพนักงานสอบสวน ได้ส่งสำนวนพยานหลักฐานให้อัยการฝ่ายคดีอาญา 9พิจารณา ในวันนี้ตนจึงต้องมายื่นหนังสือต่ออัยการ 2 เรื่อง คือ 1.ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งตนนำพยานวัตถุที่จะแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้โทรศัพท์หากันและเตรียมอาวุธมา รวมทั้งพยานบุคคลที่จะแสดงให้เห็นว่า มีประเด็นใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมทั้งแผ่นซีดีบันทึกคำสัมภาษณ์ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา และเมตตาครอบครัวผู้เสียหายในการตั้งข้อกล่าวหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ส่วนเรื่องที่ 2 คือกรณีนายปรเมศวร์ ซึ่งเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ให้สัมภาษณ์สื่อ แต่ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า เรื่องนี้ไม่เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และให้ความเห็นด้วยว่า ญาติผู้ตายไม่อาจขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ เพราะผู้ตายสมัครใจทะเลาะวิวาท และอาจจะเรียกค่าเสียหายไม่ได้ นอกจากนี้ นายปรเมศวร์ยังโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า ฝ่ายผู้ตายกดดันตำรวจ อัยการ ศาล และให้ผู้เสียหายไปฟ้องเอง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ว่าจะถูกหรือผิดจะบวกหรือลบ นายปรเมศวร์ ซึ่งเป็นถึงรองอธิบดีฯ ไม่ควรจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ เพราะถือว่ามีส่วนได้เสีย ที่จะต้องรับผิดชอบสำนวนคดี เราไม่ได้กดดันอัยการ เพราะขณะนี้ตำรวจเพิ่งส่งสำนวนและไม่ทราบว่าอัยการคนใดรับผิดชอบ แม้กระทั่งศาลก็เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้จะยุติได้เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาล

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตามกระแส แต่เป็นการร้องเรียนขอความเป็นธรรมในขั้นตอนต่างๆ และที่มีการกล่าวว่าไปกดดันตำรวจ อัยการ ศาลนั้นไม่เป็นความจริง เราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วในการต่อสู้เพื่อคนตาย หากท้ายที่สุดอัยการสูงสุดไม่สั่งให้สอบเพิ่มเติมในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เราก็ต้องยอมรับ แต่ในชั้นศาล นางทองคำจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมและนำสืบให้ศาลเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์อย่างไร ซึ่งศาลก็อาจมีดุลพินิจที่จะลงโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิตและประหารชีวิตได้” นายอนันต์ชัย กล่าว
เมื่อถามว่า การทำงานร่วมกับอัยการจะมีปัญหาหรือไม่ นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ถ้าคดีเข้าสู่ชั้นศาลแล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหาในการทำงานร่วมกัน เพราะตนจะทำงานตามที่พนักงานอัยการวางแนวทางไว้
ที่มา: http://www.thaisook.com/6700
0 comments